รังสีร่วมรักษา (Interventional Radiology)

 

รังสีแพทย์ในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่วินิจฉัยโรคเท่านั้น แต่เริ่มเข้ามามีบทบาทในเรื่องการรักษาโรคร่วมด้วย เราเรียกสาขานี้ว่ารังสีร่วมรักษา (Interventional Radiology) แพทย์ทางสาขานี้ก็เรียกว่าแพทย์รังสีร่วมรักษา (Interventional Radiologist)

Interventional Radiology เป็นสาขาวิชาหนึ่งของรังสีวิทยาที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงระยะเวลา 20-30ปีหลังนี้ นับตั้งแต่นายแพทย์ Sven Ivar Seldinger รังสีแพทย์ชาวสวีเดน ได้นำวิธีการสอดใส่สายสวนเข้าไปในหลอดเลือดแบบ Percutaneous Technique หรือที่เรียกกันว่า Seldinger’s Technique มาใช้ในปี พ.ศ. 2496 ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และนำไปสู่การคิดค้นพัฒนาวิธีการทาง Percutaneous อื่นๆประกอบกับการพัฒนาเครื่องมือตรวจทางรังสีวิทยาใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่เครื่อง x-ray Fluoroscope ที่มีคุณภาพดี, เครื่อง Ultrasound, เครื่อง CT Scan, เครื่อง MRI ร่วมกับการศึกษาทาง Material Science และ Biotechnology ทำให้ Interventional Radiology เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

Interventional Radiology หมายถึงวิธีการที่ทำให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอน ทางด้าน Histology, Biochemistry, และ Bacteriology หรือวิธีการรักษาที่ทำโดยการสอดใส่เครื่องมือ หรือแทงเข็มผ่านผิวหนังเข้าไปสู่ตำแหน่งเป้าหมาย ซึ่งแสดงให้เห็นด้ยเครื่องมือแสดงภาพ

ข้อได้เปรียบของแพทย์รังสีร่วมรักษาก็คือ แพทย์สาขานี้มีความสามารถในการแปลผลจากภาพ X – Ray หรือภาพจากเครื่องมืออย่างอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆกันนี้ เช่น อัลตร้าซาวด์ (Utrasound), เอ๊กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT – Scan) เป็นอย่างดี ทำให้รู้ตำแหน่งของโรคได้แม่นยำ เช่น ถ้ามีก้อนผิดปกติอยู่ในท้อง แพทย์รังสีร่วมรักษาจะสามารถบอกตำแหน่งของก้อนได้อย่างชัดเจนว่าก้อนผิดปกตินั้นอยู่ในตับ ตับอ่อน ม้าม ไต ลำไส้ หรือด้านหลังช่องท้อง (Retroperitoneum) เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถบอกได้ว่า ก้อนผิดปกตินั้นอยู่ใกล้กับอวัยวะใด จะเกิดผลตามมาอย่างไร สามารถรักษาโดยวิธีทางรังสีร่วมรักษาได้หรือไม่

เมื่อแพทย์รังสีร่วมรักษาทราบตำแหน่งของโรคแล้ว ก็สามารถเอาชิ้นเนื้อออกมาตรวจ หรือทำการรักษาโรคนั้น ๆได้ โดยใช้วิธีแทงเข็มหรือใส่เครื่องมือผ่านทางผิวหนังลงไปที่ตำแหน่งของโรคโดยตรงเลย (Percutaneous Technique) โดยไม่ต้องผ่าตัดลงไป ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เพียงฉีดยาชาเฉพาะที่ที่ผิวหนังเท่านั้น วิธีนี้ก็จะช่วยลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด และการดมยาสลบ ลดระยะเวลาพักฟื้น เป็นผลให้ลดค่าใช้จ่ายจากการตรวจรักษาด้วย นับว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยหลายประการ

 

 

 

ตัวอย่างของหัตถการ (Procedures) ทางรังสีร่วมรักษาได้แก่

    1. การดูดชิ้นเนื้อหรือสารน้ำมาตรวจโดยใช้เครื่องมือทางรังสีเป็นตัวนำทาง [Image – Guided Fine Needle Aspiration] : ในกรณีที่มีก้อนเนื้อ (Tumor), ก้อนน้ำ (Cyst) หรือหนอง (Abscess) ในส่วนลึก ๆ ของร่างกาย ที่ต้องการทราบผลทางพยาธิวิทยา หรือต้องการนำไปตรวจหาชนิดของเชื้อโรค (Fig.1)
    2.  

    3. การใส่สายระบายหนอง (Abscess) หรือก้อนน้ำ (Cyst) [Percutaneous Drainage] ในกรณีที่มีหนองหรือ Cyst อยู่ในส่วนลึกของร่างกาย เช่น หนองในช่องปอด (Empyema, Loculated Pleural Effusion), หนองในตับ (Liver Abscess) , หนองในช่องท้อง (Intraabdominal Abscess) เป็นต้น
    4. การใส่สายระบายน้ำดี [Percutaneous Transhepatic Biliary Drainage]:ในกรณีที่มีการอุดตันของท่อน้ำดี
    5. การใส่สายระบายน้ำปัสสาวะ [Percutaneous Nephrostomy] : ในกรณีที่มีการอุดตันของท่อปัสสาวะ
    6. การฉีดสีตรวจดูเส้นเลือด [Diagnostic Angiogram] : ในกรณีที่มีความผิดปกติของเส้นเลือด เช่น เส้นเลือดตีบ (Stenosis), เส้นเลือดอุดตัน (Occulsion), หรือเส้นเลือดโป่งพอง (Aneurysm) (Fig.2)
    7. การฉีดสารเข้าไปอุดเส้นเลือด [Embolization]: เพื่อห้ามเลือดในกรณีที่มีเลือดออกมาก เช่น ไอเป็นเลือด (Hemoptysis), ถ่ายเป็นเลือด (GI-bleeding), เลือดออกในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Bleeding) หรือในการรักษามะเร็งตับ (Transhepatic Oily Chemoembolization)
    8. การใช้บอลลูน [Balloon Angioplasty] หรือท่อสังเคราะห์ [Stent Placement] เข้าไปถ่างขยายเส้นเลือด : ในกรณีที่เส้นเลือดตีบ (Stenosis) (Fig.3)
    9.  

    10. การฉีดยาละลายลิ่มเลือดโดยตรงเข้าไปในเส้นเลือดที่มีการอุดตันจากลิ่มเลือด [Catheter -Directed Thrombolysis] : ในกรณีที่มีการอุดตันของเส้นเลือดจากลิ่มเลือด

สรุป

จะเห็นได้ว่าวิธีการทาง Interventional Radiology นั้นเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยได้อย่างมาก สามารถนำไปใช้ได้กับโรคของอวัยวะเกือบทุกระบบ ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัยและการรักษา นับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการก้าวหน้าสำคัญประการหนึ่งในทางการแพทย์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะพัฒนางานทางด้าน Interventional Radiology ในประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาประเทศ ต้องมีความร่วมกันระหว่างรังสีแพทย์และแพทย์ทุกสาขา ในการเลือกวิธีการตรวจและรักษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวผู้ป่วย สิ่งสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ คือการตะหนักถึงความสำคัญของวิธีการดังกล่าว และการสนับสนุนจากผู้บริหารทุกระดับในวงการแพทย์

นพ.อนุสรณ์ ติระรัตน์ชัยเลิศ

แผนกรังสีวิทยา รพ. เซนต์หลุยส์

References:

    1. Jeanne M. LaBerge, M.D. Interventional Radiology Essentials. 2000
    2. Krishna Kandarpa, M.D., Ph.D. Handbook of Interventional Radiologolic procedures. 3rd ed. 2002
    3. เพิ่มยศ โกศลพันธ์. Introduction to Interventional Radiology