|
รังสีรักษา
รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงวุฒิศิริ วีรสาร
รังสีรักษา เป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็ง ที่ได้ผล ทำให้โรคมะเร็งหายขาดได้ ซึ่งในวงการแพทย์ได้ใช้กันมานานแล้ว การรักษามีหลักสำคัญว่า จะต้องจัดปริมาณรังสี ให้มากพอที่จะทำลายเซลล์มะเร็งได้หมด และมีการทำลายอวัยวะอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้น้อยที่สุด ดังนั้นในการใช้รังสีรักษาโรคมะเร็งนั้น จึงต้องมีการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ร่วมกับดูแลแนะนำผู้ป่วยและญาติ ทั้งก่อน, ขณะและหลังจากได้รับรังสีอย่างถูกต้อง และจะต้องติดตามตรวจรักษาผู้ป่วยเป็นระยะๆ ซึ่งต้องการความร่วมมือจากแพทย์ หลายๆ สาขาที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก
รังสีรักษาและวิธีการ
ร่างกายของเราประกอบด้วยเซลล์หลายชนิด แต่ละชนิดจะไวต่อรังสีไม่เท่ากัน ชนิดที่ไวต่อรังสีมาก ได้แก่ เซลล์เยื่อบุของลำไส้ โดยเฉพาะลำไส้เล็ก เซลล์อ่อนที่ผลิตเม็ดเลือดในไขกระดูก และเซลล์สืบพันธุ์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่แบ่งตัวตลอดเวลา ส่วนเซลล์ที่ทนต่อรังสี ได้แก่ เซลล์กล้ามเนื้อ และเซลล์ประสาท ซึ่งไม่มีการแบ่งตัว ส่วนเซลล์มะเร็งนั้นมีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง คือ มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนตลอดเวลา จึงทำให้เซลล์มะเร็งไวต่อรังสีมากกว่า เซลล์ปกติ
การใช้รังสีรักษาในการรักษาโรคมะเร็งกระทำได้โดย การฉายรังสีไปยังตำแหน่งที่เป็นโรค ซึ่งสามารถฉายรังสีคลุมก้อนมะเร็งทั้งหมดและต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงได้ เครื่องฉายรังสีในปัจจุบันมีด้วยกันหลายแบบ ขึ้นกับพลังงานทะลุทลวง ซึ่งสามารถกำหนดความลึกของปริมาณรังสีสูงสุดได้ เครื่องมือฉายรังสีในยุคปัจจุบัน สามารถจะทำให้ปริมาณรังสีสูงสุดอยู่ลึกไปจากผิวหนัง ทำให้ผิวหนังไม่พอง หรือเป็นแผลเหมือนเครื่องมือสมัยเก่า ดังนั้นเมื่อฉายรังสีอย่างระมัดระวังจะพบอาการแทรกซ้อนน้อยลง หรือในขนาดที่ยอมรับได้ เครื่องฉายรังสีที่นิยมใช้คือเครื่องโคบอลท์ และเครื่องเร่งอนุภาค
การมาฉายรังสีครั้งหนึ่ง ๆ ผู้ป่วยจะเสียเวลาทั้งหมดประมาณ 20 - 30 นาที ความจริงแล้วเวลาที่ได้รับรังสีประมาณ 2 - 3 นาทีเท่านั้น ดังนั้นผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล ถ้ามีสุขภาพเดิมแข็งแรงดี ก็สามารถทำงานประจำได้ตามปกติ โดยทั่วไปผู้ป่วยจะได้รับการฉายรังสี ติดต่อกันสัปดาห์ละ 5 วัน และพัก 2 วัน เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลายไป เซลล์มะเร็งก็มีการซ่อมแซมเหมือนกันแต่น้อยกว่าหรือช้ากว่าเซลล์ปกติ เนื่องจากเซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่ไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าฉายรังสีไปหยุดไปไม่ต่อเนื่องตามสมควร ก็จะทำให้เซลล์มะเร็งซ่อมแซมและเจริญเติบโตแบ่งตัวต่อไปได้ การรักษาก็จะไม่ได้ผล
ปริมาณรังสีรวมที่ผู้ป่วยควรจะได้รับขึ้นอยู่กับชนิดมะเร็ง ตำแหน่งที่เป็นโรค อายุ สุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย และผู้ป่วยเคยได้รับหรือวางแผนว่าจะได้รับการรักษาวิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ระยะเวลาในการให้รังสีรักษา ทั้งหมดประมาณ 4 - 6 สัปดาห์
นอกจากการฉายรังสีรักษาแล้ว ยังมีการให้รังสีรักษาอีกแบบหนึ่ง คือ การสอดใส่ หรือการฝังแร่เข้าไปยังตำแหน่งที่เป็นโรคมะเร็ง วิธีนี้เป็นการรักษาโรคมะเร็ง โดยตรงในกรณีที่มีก้อนมะเร็งตำแหน่งเดียว ขนาดเล็กและจะต้องไม่มีต่อมน้ำเหลืองโต หรืออาจใช้ร่วมกับการฉายรังสีซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มปริมาณรังสีเฉพาะที่ได้ โดยอวัยวะข้างเคียงจะได้รับรังสีลดลง
โรคมะเร็งระยะต้น มีขนาดของก้อนมะเร็งหรือมีต่อมน้ำเหลืองโตไม่เกิน 3 เซนติเมตร สามารถใช้รังสีรักษาเพียงอย่างเดียว ซึ่งได้ผลการรักษาเท่ากับการผ่าตัด แต่สามารถเก็บรักษาอวัยวะที่เป็นโรคและอวัยวะข้างเคียงให้คงสภาพและทำหน้าที่ได้อย่างปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังการรักษา
เมื่อโรคมะเร็งลุกลามมากขึ้น การรักษาด้วยรังสีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ควรพิจารณาการผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษา หรือถ้ามีต่อมน้ำเหลืองโต โอกาสที่เซลล์มะเร็งจะแพร่กระจาย ไปในกระแสเลือดก็มีมากขึ้น จึงควรพิจารณายาเคมีบำบัดร่วมด้วย โดยพิจารณาจังหวะและเวลาที่เหมาะสม
อาการแทรกซ้อนจากรังสีรักษา
|